ณ เมืองในชนบทประเทศจีนแห่งหนึ่งของ เนื่องในงานวันเกิดของมหาเศรษฐีของเมือง และต้องการสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ได้รับพรที่ส่งเสริมให้มีความร่ำรวยเงินทอง เจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน การค้าการขาย จากรุ่นสู่รุ่น และไม่พบกับความขาดแคลน
มหาเศรษฐีจึงได้นิมนต์ท่านพระอาจารย์เซนเชียนหยามาที่บ้าน เพื่อให้ท่านเขียนคำอวยพรให้กับตนเองและครอบครัว
หลังจากที่ท่านพระอาจารย์มาถึง และได้พูดคุยทักทาย รวมถึงได้ทราบความตั้งใจของมหาเศรษฐีเรียบร้อย ท่านอาจารย์เซนเชียนหยาก็ได้กางแผ่นกระดาษ และจรดพู่กันลงบนแป้นหมึกที่ลูกศิษย์ได้เตรียมไว้ให้ พร้อมกับเขียนคำอวยพรให้กับมหาเศรษฐีและครอบครัว
มหาเศรษฐีรู้สึกปลื้มใจเมื่อได้รับคำอวยพร แต่ก็ต้องตกใจกับคำอวยพรที่ท่านอาจารย์เซนเชียนหยาเขียนให้ ซึ่งเป็นเพียงคำ 3 คำว่า “บิดาตาย บุตรตาย หลายตาย”
เศรษฐีโกรธเป็นอย่างมากกับคำอวยพรของท่านอาจารย์เซน พร้อมทั้งกล่าวตำหนิว่า “ข้าต้องการเพียงให้ท่านเขียนคำอวยพรเพื่อให้เป็นสิริมงคลกับตัวข้าและครอบครัว เหตุใดท่านจึงต้องล้อเล่นรุนแรงเช่นนี้ด้วย?”
“ข้าหาได้ล้อเล่นไม่ ท่านเศรษฐี” ท่านอาจาย์เซนเชียนหยา ตอบกลับด้วยใจที่เมตตา พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า
“ความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องพบเจอ สมมติว่าลูกชายของท่านสิ้นชีวิตก่อนหน้าท่าน ท่านย่อมต้องทุกข์ทรมานยิ่งนัก และถ้าหากหลานชายของท่านเสียชีวิตก่อนบิดาของเขา ทั้งท่านและบุตรชายของท่านย่อมต้องยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นอีกเท่าทวี แต่หากว่าครอบครัวของท่านล้วนสิ้นอายุขัยไปตามธรรมชาติ จากรุ่นสู่รุ่นตามลำดับตามที่ข้าได้เขียนเอาไว้ ในความคิดของข้าจึงค่อยถือเป็นความสุขความเจริญ เป็นสิริมงคลต่อครอบครัว”
ท่านพระอาจารย์เซนเชียนหยา เข้าใจในสัจธรรมอย่างถ่องแท้ รวมไปถึงมองเห็นเหตุแห่งทุกข์ของมหาเศรษฐีอย่างชัดเจน หากการตายไม่เกิดขึ้นตามลำดับดั่งคำอวยพร ก็คงสร้างความทุกข์อันอยากจะบรรยายให้กับตัวเศรษฐีเอง รวมไปถึงการช่วยเตือน ตระหนักรู้และเตรียมฝึกจิตฝึกใจ หากความตายต้องมาหากับคนในครอบครัวของเศรษฐี
ความตาย ถือเป็นสิ่งน่ากลัว ลี้ลับ และเป็นคำที่สื่อถึงความไม่เป็นมงคล ในมุมมองหรือความเชื่อของมนุษย์โดยทั่วไป รวมไปถึงการสื่อถึงการสูญเสีย พลัดพรากหรือจากลากันโดยไม่ได้พบเจออีก ดังนั้น ความตายจึงเป็นเสมือนคำหรือเรื่องต้องห้าม ที่จะสามารถหยิบหยกขึ้นมาพูดคุยกันอย่างเป็นปกติธรรมดา
แต่แท้จริงแล้ว ความตายเป็นหนึ่งในสัจธรรม ที่ทุกคนไม่อาจหลีกหนีพ้น การเกิด แก่ เจ็บ และตาย เป็นกฎธรรมดาของโลกที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องเจอ ดังคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
“เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมหรือเป็นกฎธรรมดาของ สังขารทั้งหลาย ซึ่งหมายถึงทุกสิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่ง สังขาร รวมสิ่งมีชีวิต (มนุษย์ สัตว์ พืช) และสิ่งไม่มีชีวิตที่ประกอบสร้างขึ้นจากปัจจัยต่างๆ กฎธรรมดาของสังขารคือการเกิดขึ้น เสื่อมโทรมลงตามกาลเวลาเพราะพยาธิสภาพ และในที่สุดก็เสื่อมสลายไป นั่นคือสิ่งที่เราเรียกสั้นๆ ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย”

ใส่ความเห็น