เด็กชายใส่แว่น มีผมสีดำที่ยุ่งเหยิง ตัวเล็ก และมีแผลเป็นรูปสายฟ้าอยู่ที่หน้าผาก นี่คือภาพของตัวละครที่เป็นที่รักของใครหลายๆ คน จากวรรณกรรมเด็กชื่อดังเรื่อง Harry Potter และอยู่ในใจของคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ โดยวรรณกรรมชิ้นเอกเรื่องนี้เป็นผลงานจากหญิงสาวที่ครั้งหนึ่ง ชีวิตเหมือนเล่นตลกกับเธอ ชีวิตที่แทบไม่เหลืออะไรแม้แต่เงินที่จะซื้อข้าวให้ลูกและตนเอง
เจ.เค. โรว์ลิ่ง (J.K. Rowling หรือ Joanne Rowling) เธอไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนวรรณกรรมชิ้นเอกนี้ แต่เธอเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความพยายาม ความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่จะมาทำความฝันของเธอไม่เป็นความจริง เรื่องราวชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่เต็มไปด้วยบททดสอบแห่งโชคชะตา การต่อสู้กับความยากลำบาก และการก้าวข้ามอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในฐานะผู้ให้กำเนิดโลกเวทมนตร์ของ Harry Potter บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยขวากหนาม และแง่คิดสำคัญที่เราสามารถนำมาปรับใช้เพื่อตามความฝันของตนเอง
จุดเริ่มต้นของผู้สร้างโลกแห่งเวทมนต์อันเป็นที่รัก
โจแอนน์ โรว์ลิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 1965 ใกล้เมืองบริสตอล ประเทศอังกฤษ เธอเติบโตในกลอสเตอร์เชอร์ และเชปสโตว์ เวลส์ใต้ พ่อของเธอ ปีเตอร์ เป็นวิศวกรอากาศยานที่โรงงาน Rolls Royce ส่วนแม่ของเธอ แอนน์ เป็นช่างเทคนิควิทยาศาสตร์ ของภาควิชาเคมีในโรงเรียนที่โจแอนน์เรียนอยู่ พ่อและแม่ของเธอส่งเสริมให้เธอเป็นนักอ่านตั้งแต่ยังเด็ก จึงทำให้โจแอนน์จึงหลงใหลในการอ่านและการเขียนมาตั้งแต่เยาว์วัย เธอเริ่มเขียนเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก และมักจะเล่านิทานที่แต่งขึ้นเองให้น้องสาวฟัง
หลังจากสำเร็จการศึกษาจาก University of Exeter ในปี พ.ศ. 1986 โรว์ลิ่งทำงานให้กับ Amnesty International ในลอนดอน ในตำแหน่งนักวิจัยและเลขานุการสองภาษา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เธอเริ่มคิดโครงเรื่อง Harry Potter แต่ชีวิตของเธอก็ไม่ได้ราบรื่นนัก เธอต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายในช่วงเจ็ดปีถัดมา ซึ่งรวมถึงการเสียชีวิตของแม่ในปี พ.ศ. 1990 การแต่งงานที่ล้มเหลว การให้กำเนิดลูกสาวคนแรก และการต้องใช้ชีวิตอยู่ในความยากจน
บททดสอบแห่งความมืดมิดและความยากลำบาก
ช่วงต้นทศวรรษ 1990 โรว์ลิ่งเดินทางไปโปรตุเกสเพื่อสอนภาษาอังกฤษ การย้ายถิ่นฐานในครั้งนี้ได้นำพาเธอไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตส่วนตัวและนำมาซึ่งมรสุมครั้งใหญ่ นั่นคือการแต่งงานกับ Jorge Arantes (จอร์จ อารันเตส) นักข่าวโทรทัศน์ชาวโปรตุเกส เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 1992 ชีวิตคู่ของทั้งสองเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยความขัดแย้ง โรว์ลิ่งเคยบรรยายว่าการแต่งงานครั้งนี้ “สั้นและหายนะ” เธอเล่าว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้มีกุญแจบ้าน และสามีของเธอเคยใช้ต้นฉบับหนังสือเล่มแรกที่กำลังเขียนเป็นตัวประกัน ในขณะที่อารันเตสเองก็เคยกล่าวในภายหลังว่าเขาเคยตบตีเธอ และไม่ได้รู้สึกเสียใจกับการกระทำนั้น
ชีวิตในโปรตุเกสจบลงด้วยการแยกทางกันในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 1993 หลังจากที่อารันเตสไล่เธอออกจากบ้าน โรว์ลิ่งต้องกลับมายังสหราชอาณาจักรพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย เจสซิกา อิซาเบล โรว์ลิ่ง อารันเตส ซึ่งเกิดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 1993 เธอตั้งรกรากในเอดินบะระ สกอตแลนด์ เธอต้องพึ่งพาสวัสดิการสังคมในช่วงที่ว่างงาน และรับจ้างสอนภาษาฝรั่งเศสเป็นครั้งคราว ในช่วงเวลานั้น เธอรู้สึกว่าชีวิตของเธอตกต่ำที่สุด เธอต้องเผชิญกับความยากจน ความโดดเดี่ยว และความสิ้นหวังอย่างแสนสาหัส
แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่ความฝันที่จะเป็นนักเขียนไม่เคยจางหายไป เธอใช้เวลาว่างในการเขียนหนังสือ Harry Potter อย่างต่อเนื่อง ในคาเฟ่ต่างๆ ในเอดินบะระ โดยมีลูกสาวตัวน้อยนอนหลับอยู่ข้างๆ เธอ
ความพยายามที่ไม่ยอมแพ้ต่อคำปฏิเสธ
การสร้างสรรค์ Harry Potter and the Philosopher’s Stone (แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์) เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและเต็มไปด้วยความท้าทาย โรว์ลิ่งใช้เวลาหลายปีในการเขียนและขัดเกลาต้นฉบับ เมื่อเขียนเสร็จ เธอต้องเผชิญกับอุปสรรคที่นักเขียนส่วนใหญ่ต้องเจอ นั่นคือ คำปฏิเสธจากสำนักพิมพ์ต่างๆ
เธอส่งต้นฉบับไปยังตัวแทนวรรณกรรมหลายราย แต่หลายคนก็ปฏิเสธที่จะเป็นตัวแทนให้ ในที่สุด เธอได้รับความช่วยเหลือจาก Christopher Little Literary Agency ซึ่งเป็นตัวแทนวรรณกรรมที่รับพิจารณาต้นฉบับของเธอ หลังจากนั้น ต้นฉบับของ Harry Potter ก็ถูกส่งต่อไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ก็ปฏิเสธการตีพิมพ์ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น เนื้อเรื่องยาวเกินไป ไม่น่าสนใจ หรือไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จในตลาดวรรณกรรมเด็ก
หลังจากถูกปฏิเสธมานับครั้งไม่ถ้วน ความหวังก็เริ่มเลือนลาง แต่แล้วในที่สุด สำนักพิมพ์ Bloomsbury Publishing ก็ตัดสินใจที่จะตีพิมพ์ Harry Potter and the Philosopher’s Stone โดยมี Nigel Newton (ไนเจล นิวตัน) หัวหน้าสำนักพิมพ์ Bloomsbury ในขณะนั้น เป็นผู้ที่มองเห็นศักยภาพของหนังสือเล่มนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ Alice Newton (อลิซ นิวตัน) ลูกสาววัย 8 ขวบของไนเจล ได้อ่านบทแรกของต้นฉบับ และติดใจจนอยากอ่านต่อจนจบ ความกระตือรือร้นของเด็กน้อยคนนี้เองที่ทำให้ไนเจล นิวตัน ตัดสินใจให้โอกาสกับหนังสือเล่มนี้
แม้จะได้รับการตอบรับที่ดีจาก Bloomsbury แต่การตีพิมพ์ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายเล็กน้อย โดยทางสำนักพิมพ์แนะนำให้เธอใช้นามปากกา “J.K. Rowling” แทนชื่อจริง Joanne Rowling เพื่อไม่ให้ผู้อ่านชายรู้สึกถูกปิดกั้นจากการอ่านหนังสือที่เขียนโดยผู้หญิง เพราะเกรงว่าเด็กผู้ชายอาจไม่อยากอ่านหนังสือที่เขียนโดยผู้หญิง ในที่สุด Harry Potter and the Philosopher’s Stone ก็ได้รับการตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 1997 การตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเธอ และเป็นจุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ Harry Potter Fever ที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล ก่อนการตีพิมพ์ โรว์ลิ่งยังได้รับทุนสนับสนุนจากสภาศิลปะสก๊อตแลนด์ (Scottish Arts Council) เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตรและค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงสนับสนุนการเขียนภาคต่อ Chamber of Secrets
จากวันที่มืดมน สู่ วันที่พระอาทิตย์ทอแสงสีทอง
หลังจาก Harry Potter เล่มแรกประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม โรว์ลิ่งก็เขียนภาคต่อออกมาเรื่อยๆ จนครบเจ็ดเล่ม หนังสือชุด Harry Potter ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายทั่วโลก ได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ และสร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน หนังสือเหล่านี้ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย และถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง
ภายในปี พ.ศ. 2008 นิตยสาร Forbes ได้ยกให้เธอเป็นนักเขียนที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดในโลก ด้วยอายุเพียง 53 ปี และ 23 ปีหลังจากเขียนนวนิยายเล่มแรก เธอก็ได้รับการยอมรับในฐานะนักเขียนพันล้าน แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จอย่างสูงในฐานะนักเขียน แต่เธอก็ยังคงถ่อมตนและไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง
นอกจากหนังสือในซีรีส์ Harry Potter แล้ว J.K. Rowling ยังเขียนนวนิยายสำหรับผู้ใหญ่ เช่น The Casual Vacancy (2012) และซีรีส์สืบสวน Cormoran Strike (ภายใต้นามปากกา Robert Galbraith) เธอยังคงได้รับเกียรติและรางวัลมากมายจากผลงานของเธอ รวมถึงการแต่งตั้งให้เป็น Companion of Honour สำหรับการบริการด้านวรรณกรรมและการกุศลในปี 2017
เคล็ดลับสู่การเป็นนักเขียนระดับโลก
J.K. Rowling ได้แบ่งปันเคล็ดลับและปรัชญาการเขียนที่น่าสนใจมากมาย เธอเล่าว่า เธอจะวางแผนงานอย่างละเอียด โดยใช้ตารางสีและแผนผัง รวมไปถึงการสร้างตัวละครที่มีมิติ ซึ่งบางตัวละครได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในชีวิตจริงของเธอ เช่น
Harry Potter: ได้รับแรงบันดาลใจจาก Ian Potter เพื่อนในวัยเด็กของโรว์ลิ่ง ซึ่งเป็นเด็กซุกซน
Ron Weasley: ได้รับแรงบันดาลใจจาก Sean Harris เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ซึ่งเป็นนายทหารอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์และพึ่งพาได้
Hermione Granger: ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวเธอเองในวัยเด็ก โดยเน้นย้ำความทะเยอทะยาน ความใฝ่รู้ ความฉลาด และความไม่มั่นใจในตนเอง
Severus Snape: ได้รับแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งจาก John Nettleship ครูสอนวิชาเคมีในโรงเรียนมัธยมของโรว์ลิ่ง ซึ่งเธอไม่ชอบ
นอกจากนี้ในเนื้อเรื่อง เธอมักจะซ่อนเงื่อนงำและเบาะแสต่างๆ ไว้ในเรื่องราว โดยโรว์ลิ่งใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแบบ “Hero’s Journey” ในการดำเนินเรื่องราว ทำให้ผู้อ่านรู้สึกร่วมไปกับการผจญภัยของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านรู้สึกผูกพันและเข้าใจ และเธอยังผสมผสานองค์ประกอบของแฟนตาซีเข้ากับประเด็นในโลกแห่งความเป็นจริง เช่น การเลือกปฏิบัติ มิตรภาพ ความกล้าหาญ อำนาจและการใช้อำนาจในทางที่ผิด รวมถึงความตายและการสูญเสีย โดยการเขียนของเธอมักจะเริ่มต้นด้วยการเขียนทุกอย่างด้วยมือในร่างแรกก่อน ที่จะพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์
สุดท้ายเธอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงมือเขียน ถึงแม้จะต้องเขียนใหม่ในภายหลัง และสนับสนุนให้นักเขียนค้นหาวิธีการที่เหมาะสมกับตนเอง รวมไปถึงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง โดยเธอเชื่อว่านักเขียนที่ดีต้องมีคุณสมบัติดังนี้:
การอ่าน: การอ่านหนังสือหลากหลายแนวช่วยให้เธอซึมซับและเรียนรู้เทคนิคการเล่าเรื่อง
วินัย: การมีวินัยในการเขียนอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ
ความยืดหยุ่น: ความสามารถในการปรับตัวและแก้ไขงานเขียน เป็นสิ่งจำเป็น
ความถ่อมตน: การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นและคำวิจารณ์เพื่อพัฒนาตนเอง
ความกล้าหาญ: ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลวและเขียนเรื่องราวที่ท้าทาย
ความเป็นอิสระ: การรักษาความเป็นตัวเองและไม่ถูกจำกัดด้วยกระแสหรือความคาดหวัง
แง่คิดและแรงบันดาลใจ: บทเรียนจากผู้ไม่ยอมแพ้
เรื่องราวชีวิตของ J.K. Rowling เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ความฝันไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ หากเรามีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ บทเรียนอันล้ำค่าที่เราสามารถเรียนรู้จากเธอ ได้แก่:
พลังแห่งความไม่ยอมแพ้: แม้จะเผชิญกับความยากลำบาก ความยากจน และความล้มเหลว แต่โรว์ลิ่งไม่เคยละทิ้งความฝันในการเป็นนักเขียน เธอเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเองและทำงานอย่างหนักจนประสบความสำเร็จ
เปลี่ยนความรักและความหลงใหลสู่โลกแห่งความจริง: ความรักในการเขียนและจินตนาการ คือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้โรว์ลิ่งสามารถสร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ได้ แม้จะไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวเธอในช่วงแรก
ต้องมีระบบที่ชัดเจนเหมาะกับตนเอง: การวางแผนอย่างเป็นระบบ การสร้างโลกและตัวละครที่มีมิติ และการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Harry Potter ประสบความสำเร็จ
การใช้ความสำเร็จเพื่อสร้างประโยชน์: หลังจากประสบความสำเร็จ โรว์ลิ่งได้ใช้ความมั่งคั่งและชื่อเสียงของเธอในการทำงานการกุศลและส่งเสริมประเด็นทางสังคมต่างๆ เธอเป็นผู้ก่อตั้งและประธานของ Lumos ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลระหว่างประเทศที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของเด็กทุกคนที่จะมีครอบครัว โดยการเปลี่ยนแปลงระบบการดูแลทั่วโลก นอกจากนี้ เธอยังบริจาคเงินจำนวนมากให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ช่วยบรรเทาความยากไร้ทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็ก
J.K. Rowling ไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนผู้สร้างสรรค์โลกเวทมนตร์ หากแต่เป็นนักสู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา เรื่องราวชีวิตของเธอเป็นแรงบันดาลใจที่ทรงพลังแก่ผู้คนทั่วโลก ให้กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย เชื่อมั่นในความฝัน และพากเพียรพยายามจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่หลวงเพียงใด ขอเพียงเรามีความเชื่อมั่นในตนเองและไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แสงแห่งความหวังและความสำเร็จย่อมปรากฏขึ้นเสมอ ดังเช่นเวทมนตร์ที่ J.K. Rowling ได้ร่ายไว้ในโลกวรรณกรรม และในหัวใจของผู้คนนับล้าน
ข้อมูลอ้างอิง:
- https://en.wikipedia.org/wiki/J._K._Rowling
- https://www.britannica.com/biography/J-K-Rowling
- https://www.jkrowling.com/about/
- https://www.headspacegroup.co.uk/from-secretary-to-billionaire-author-jk-rowlings-life-before-harry/
- https://www.businessinsider.com/the-rags-to-riches-story-of-jk-rowling-2015-5
- https://www.biography.com/authors-writers/real-life-inspirations-behind-harry-potter-characters
- https://www.theliteraryarchives.com/writing/learn-from-the-masters-j-k-rowling
- https://self-publishingschool.com/how-to-write-like-jk-rowling/
- https://www.theliteraryarchives.com/writing/learn-from-the-masters-j-k-rowling

ใส่ความเห็น