ป้ายบนแผ่นหลังจากคนรู้จัก

Published by

on

ในห้องเรียนแห่งหนึ่ง เด็กชาย "ยอด" ได้แกล้ง "จิต" ด้วยการแปะป้ายว่า "ฉันมันโง่" ที่หลังเขา แต่เมื่อจิตตอบโจทย์ยากได้ เขาได้รับคำชื่นชมจากครู ครูส่งสารสำคัญเกี่ยวกับมิตรภาพ ความเชื่อมั่นในตนเอง และการไม่เขียนป้ายตีตราให้ผู้อื่น

ในห้องเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เด็กนักเรียนกำลังเตรียมตัวสำหรับชั่วโมงเรียนบ่าย ทว่า บรรยากาศอันเงียบสงบกลับถูกทำลายด้วยการกระทำของ “ยอด” เด็กชายจอมซนประจำห้อง ยอดแอบแปะกระดาษเขียนคำว่า “ฉันมันโง่” ไว้บนหลังของ “จิต” เด็กชายผู้เงียบขรึม และสั่งเพื่อน ๆ ว่าอย่าบอกจิตเรื่องนี้ เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเป็นระยะ ๆ โดยที่จิตไม่รู้เลยว่ากำลังตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้ง เรื่องราวเล็ก ๆ นี้ในห้องเรียน กลับซ่อนบทเรียนอันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับมิตรภาพ การมองข้ามคำดูถูก และการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

ช่วงบ่ายวันธรรมดาวันหนึ่ง ณ ห้องเรียนชั้นประถม เด็กๆ กำลังเตรียมตัวที่จะเริ่มเรียนในช่วงบ่าย หลังจากพักรับประทานอาหาร “ยอด” นักเรียนหัวโจกประจำห้อง ต้องการแกล้งเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่ชื่อ “จิต” ด้วยการแปะกระดาษเขียนว่า “ฉันมันโง่” ไว้ที่หลังของจิต และบอกเพื่อนคนอื่นๆ ในห้องว่าอย่าบอกจิต ดังนั้น นักเรียนคนอื่นๆ จึงหัวเราะคิกคักกันเป็นระยะๆ

หลังจากนั้น…ในชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์ ครูเขียนโจทย์ยากๆ บนกระดาน และให้นักเรียนออกไปเขียนคำตอบบนกระดาน   แต่ไม่มีใครตอบได้เลย ยกเว้น จิต เด็กผู้ชายที่มีกระดาษแปะหลัง

เขาเดินไปที่กระดานและแก้โจทย์ได้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักจากเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ  

หลังจากนั้น ครูขอให้ทั้งห้องปรบมือให้กับจิต และบอกให้เขาเอากระดาษที่หลังออก

ครูพูดกับจิตว่า “ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้เรื่องกระดาษที่เพื่อนร่วมชั้นแปะไว้ที่หลังของเธอเลยนะ”

จิตรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของครู แต่ก็เอื้อมมือไปด้านหลังและเอาป้ายกระดาษที่ติดอยู่ออก 

จิตได้อ่านข้อความบนกระดาษ ด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถบรรยายได้ มันมีทั้งอารมณ์อับอาย เสียหน้า แต่ที่รู้สึกมากที่สุดคือ ความโดดเดี่ยว ตัวเค้าไม่กล้าที่จะหันกลับมามองเพื่อนๆ ร่วมชั้น หรือพูดอะไรออกมา 

จิตมองกลับไปที่ครู ด้วยสายตาที่เศร้าและแดงก่ำด้วยน้ำตา   จากนั้นครูมองไปที่นักเรียนคนอื่นๆ ในห้องและพูดว่า “ก่อนที่ครูจะลงโทษพวกเธอทุกคนในห้องยกเว้นจิต ครูจะขอพูด 2 เรื่อง ให้พวกเธอได้ฟัง” 

“เรื่องแรก ในชีวิตของพวกเธอ คนอื่นๆ จะพยายามแปะป้ายให้พวกเธอ ด้วยคำพูดร้ายๆ มากมาย เพื่อขัดขวางความก้าวหน้าของพวกเธอ   ถ้าเพื่อนของเธอรู้เรื่องกระดาษนั้นเขาคงไม่กล้าลุกขึ้นมาตอบคำถาม   สิ่งที่พวกเธอต้องทำในชีวิต คือ เพิกเฉยต่อป้ายที่คนอื่นแปะให้ และคว้าทุกโอกาสที่จะเรียนรู้ เติบโต และพัฒนาตัวเอง”

“เรื่องที่สอง มันชัดเจนว่าจิตไม่มีเพื่อนแท้สักคนในพวกเธอ ที่จะบอกเขาเรื่องกระดาษนั้น   สิ่งที่ครูอยากจะบอกก็คือ ไม่สำคัญว่าพวกเธอจะมีเพื่อนมากแค่ไหน   สิ่งที่สำคัญคือความจริงใจที่พวกเธอมีให้กัน  ถ้าพวกเธอไม่มีเพื่อนที่ปกป้องพวกเธออยู่ข้างหลัง ที่คอยดูแล ปกป้อง และห่วงใยพวกเธอจากใจจริง พวกเธอควรอยู่คนเดียวจะดีกว่า” 

ในชีวิตจริงคนเราต้องเคยถูกหรือได้รับป้ายที่คนอื่นที่ตราให้กับเรา ทั้งกับตัวตนของเรา หรือความฝันของเรา แกสอบเข้าไม่ได้หรอก อาชีพแบบนี้จะหาเงินได้หรือ? บางคนเก็บเอาป้ายพวกนี้ เก็บป้ายนี้ไว้กับตัว ถึงขนาดละทิ้งความฝันหรือความเป็นตัวตนของตนเองก็มี   หรือบางคนเชื่อว่าตนเองเป็นแบบป้ายพวกนั้นจริงๆ 

เรื่องราวของจิต เป็นตัวอย่างที่ดี หากจิตเห็นป้ายนั้นก่อนที่จะออกไปทำโจทย์บนกระดาน ความมั่นใจ หรือความกล้าว่าตนเองทำได้  อาจจะเหือดหายไปเลยก็ได้ 

คงจะเป็นการยาก หากจะห้ามปรามไม่ให้คนอื่น เขียนป้ายตีตราเรา   แต่เราเองควรมั่นคง และเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง รักและให้เกียรติตัวเอง   มั่นพัฒนาความรู้ ทักษะของตนเอง รวมไปถึงยึดมั่นในเป้าหมายในชีวิตหรือความฝันของเรา   ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่า

2. เพื่อนแท้ หรือแค่คนรู้จัก: 

การมีเพื่อนที่ดี ถือเป็นลาภอันประเสิรฐ ภาษิตนี้ก็คงจะทันสมัยอยู่ตลอดเวลา   การมีมิตรที่ดี คือ กล้าจะช่วยเหลือตอนที่เราลำบากโดยไม่เห็นแก่สิ่งตอบแทน   หรือกล้าจะบอกกล่าวตักเตือนเราในวันที่เราเผลอเดินทางผิด หรือร่วมให้ความยินดีอย่างจริงใจในวันที่เราประสบความสำเร็จ 

ตัวอย่างเรื่องราวของจิตที่ถูกระทำ แต่ไม่มีเพื่อนคนใดในห้องที่กล้าจะบอกหรือช่วยเหลือจิตเลย ดังนั้น การประเมินว่าคนรอบตัวเรานั้น เป็นมิตรที่ดี เป็นกัลยาณมิตรหรือไม่    เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ และมั่นสำรวจอยู่ตลอดเวลา

เพราะหากเราเชื่อใจหรือมั่นใจเกินไปกับคนรอบตัวเราว่ามิตรที่แท้จริงแล้วนั้น   ในอนาคตอาจนำพาเอาความเสียใจหรือปัญหาให้กับตัวเราได้เหมือนอย่างจิต 

3. ไม่เขียนป้ายตีตราคนอื่น: 

การมองข้ามป้ายที่คนอื่นตีตราให้เรานั้น เป็นสิ่งที่ควรทำ   แต่ในขณะเดียวกัน เราเองก็ไม่ควรเขียนป้ายตีตราให้ตัวตนหรือความฝันของคนอื่นเช่นกัน   การส่งเสริมด้วยการให้กำลังใจกับคนรอบข้างเรา ถึงความพยายามทำความฝันให้สำเร็จ   หรือแนะนำสิ่งที่ควรพัฒนาด้วยความจริงใจนั้น   น่าจะเป็นวิถีแห่งการอยู่ร่วมกันที่ดี และยังสามารถสร้างมิตรภาพที่ดี ได้กัลยาณมิตรเพิ่มเติมอีกด้วย 

ใส่ความเห็น