Terry Fox กับ มาราธอนแห่งความหวัง

Published by

on

Terry Fox Marathon of Hope (มาราธอนแห่งความหวัง)

ปี 2560 ประเทศไทยได้รู้จักกับชายที่ชื่อ คุณตูน Bodyslam กับโครงการก้าวคนละก้าว ที่วิ่งจาก อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย ไปยัง อ.เบตง จังหวัดยะลา ระยะทางรวมกว่า 2,000 กิโลเมตร เพื่อขอรับเงินบริจาคและนำเงินไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆ เป็นกิจกรรมที่ทรงพลังที่สุดกิจกรรมหนึ่ง ณ ตอนนั้น แต่หากย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาทำอะไรให้กับคนอื่น เค้าใช้วิธีการวิ่งเพื่อขอรับบริจาคเช่นเดียวกัน ชายคนนั้นมีชื่อว่า “Terry Fox”

Terry Fox หรือชื่อเต็ม Terrance Stanley Fox เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 1958 ในเมืองวินนิเพท รัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา Terry เกิดในครอบครัวที่อบอุ่น ให้การสนับสนุนเค้าให้สามารถทำในสิ่งที่เค้ารักได้ นั่นคือ การเล่นกีฬา และกีฬาที่เค้าชอบมากที่สุดคือ บาสเก็ตบอล ถึงแม้เค้าจะสามารถเล่นกีฬาหลายชนิด เช่น ฟุตบอล รักบี้ ได้ค่อนข้างดีด้วยก็ตาม 

Terry เป็นเด็กที่ความมุ่งมั่นและความพยายามสูง ในการตั้งใจจะทำสิ่งใดต้องทำให้สำเร็จ ไม่ชอบความพ่ายแพ้ รวมไปถึงเรื่องการเล่นบาสเก็ตบอลด้วย โดยในช่วงเรียนมัธยม Terry มีอุปสรรคในด้านความสูง ซึ่งผลต่อการเล่นบาสเก็ตบอลของเค้า โดย Terry มีความสูงเพียง 5 ฟุต หรือราว ๆ 152 เซนติเมตร ทำให้เค้าถูกโค๊ชของทีมให้เป็นเพียงตัวสำรอง และแนะให้เค้าลองเล่นกีฬาประเภทอื่นๆ แทน หรือพยายามฝึกฝนเพิ่มเติมด้วยการวิ่ง ซึ่ง Terry เลือกการพัฒนาตนเองด้วยการวิ่ง แทนการเลิกเล่นบาสเก็ตบอลที่เค้ารัก  Terry ซ้อมวิ่งทุกวันด้วยความตั้งใจ จนทักษะด้านการวิ่งสูงขึ้น ส่งให้ผลงานการเล่นบาสเก็ตบอลของเค้าสูงขึ้นตามไปด้วย และเค้าก็ได้เป็นตัวจริงในที่สุด 

Terry เรียนจบเกรด 12 ด้วยการชนะเลิศรายการมากมาย รวมไปถึงเค้าได้รับการคัดเลือกให้เป็น “นักกีฬายอดยี่ยมแห่งปี” ของโรงเรียนร่วมกับเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของเค้า ชื่อ Doug Alward โดยหลังจากจบมัธยม Terry ได้เข้าเรียนต่อที่ Simon Fraser University เพื่อศึกษากายภาพการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดย ณ ตอนนี้ Terry มีความฝันในอาชีพของเค้าว่าเมื่อเรียนจบเค้าอยากเป็นครูพละให้กับเด็กๆ 

ชีวิตของ Terry Fox ก็เหมือนกับเด็กหนุ่มทั่วไป มีความฝันในเป้าหมายของชีวิตตนเอง มีพลังและความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมที่จะไปให้ถึงเป้าหมายแห่งความฝันนั้น   แต่แล้วเหมือนพายุที่กระหน่ำลงมาที่ตัวเค้าอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

พฤศจิกายน 1976 ซึ่งขณะนั้น Terry อายุ 18 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า ซึ่งอาการก็ไม่ได้รุนแรงมาก ใช้เวลารักษาไม่นานก็สามารถหายเป็นปกติ แต่นั่นก็เป็นสัญญาณบอกถึงจุดเริ่มต้นของพายุฝนก็กำลังจะมาถล่มชีวิตของ Terry Fox ในเวลาต่อมา 

หลังจากนั้น 4 เดือน ประมาณเดือนมีนาคม 1977 Terry มีอาการเจ็บเข่าอย่างรุนแรง ซึ่งเค้าคิดว่าเป็นอาการต่อเนื่องจากอุบัติเหตุ  แต่ผลวินิจฉัยของแพทย์มีอะไรที่แตกต่างจากที่เค้าคิดมาก แพทย์ตรวจพบว่า เค้ามีเนื้องอกที่กระดูกใกล้กับหัวเข่าด้านขวา หรือ Osteosarcoma ซึ่งมันได้กลายเป็นมะเร็งที่กระดูก และทางออกที่ดีที่สุดคือการตัดขาทิ้ง และเข้ารับการเคมีบำบัดโดยด่วน นั่นทำให้ Terry เด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยพลังและความฝัน ต้องเป็นคนพิการ ในวัยเพียง 18 ปี 

ถึงแม้ Terry Fox จะเป็นผู้พิการตั้งแต่วัยเพียง 18 ปี จากการสูญเสียขาขวาไปจากการผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตของเค้าไว้จากโรคมะเร็ง แต่ด้วยความที่เค้าเป็นคนไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา Terry สามารถฝึกการเดินหลังจากการผ่าตัดและใส่ขาเทียมจนสามารถกลับมาเล่นบาสเก็ตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่เค้ารักนั่นเอง และด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจของ Terry ทำให้เค้าได้เข้าร่วมการแข่งขันบาสเก็ตบอลวีลแชร์ และสามารถคว้ารางวัลแชมป์ระดับประเทศได้ในปี 1978 และ 1979 ได้อีกด้วย 

ซึ่งจุดเริ่มต้นของพลังในการต่อสู้ ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา มาจากบทความเล็กๆ แต่ทรงพลังจากนิตยสารฉบับหนึ่ง ซึ่งโค๊ชบาสเก็ตบอลและเพื่อนๆ ของเค้าได้นำมาฝากให้อ่านระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล   โดยบทความเป็นการเล่าเรื่องของชายพิการขาทั้งสองข้าง ชื่อ ดิก ทรัม (Dick Traum) ที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันมาราธอน และสามารถเข้าเส้นชัย ได้ ในรายการ New York Marathon ซึ่งจากบทความนี้เป็นเสมือนแรงส่งที่ทำให้ Terry กลับมามีพลังในการต่อสู้ขึ้นอีกครั้ง จนมีครั้งหนึ่งที่เค้าเคยเอ่ยกับพยาบาลที่ดูแลว่า “สักวัน ผมจะทำแบบนี้ให้ได้” 

จากแรงบันดาลใจจากชายที่ชื่อ ดิก ทรัม (Dick Traum) ส่งต่อมายัง Terry ซึ่งต้องอยู่ในระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดที่โรงพยาบาล ทำให้ได้พบเห็นความทุกทรมานของผู้ป่วยโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นจากการรักษา Terry จึงเกิดแนวคิดที่จะช่วยเหลือผู้คนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ไม่ต้องมีความทุกข์ทรมานจากการรักษาและมีอัตราการหายจากโรคนี้ได้สูงขึ้น ด้วยการระดมทุนเพื่อช่วยเหลืองานวิจัยในการหาวิธีรักษาโรคมะเร็ง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นการเกิดขึ้นของโครงการ “มาราธอนแห่งความหวัง” (Marathon of Hope) 

โครงการ “มาราธอนแห่งความหวัง” (Marathon of Hope) เป็นโครงการที่ Terry ตั้งใจจะวิ่งระดมทุนจากวิ่งมาราธอน โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ เมืองเซนต์จอห์นซึ่งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแคนาดา ไปยัง เมืองแวนคูเวอร์ทางฝั่งตะวันตก ที่เป็นจุดหมายปลายทาง ระยะทางรวมกว่า 8,000 กิโลเมตร (โครงการก้าวคนละก้าวของ พี่ตูน บอดี้แสลมป์ วิ่งจาก อ.เบตง ไปยัง อ.แม่สาย ระยะทางรวม 2,191 กิโลเมตร) โดย Terry มีแผนจะวิ่งวันละ 42 กิโลเมตร รวมระยะการวิ่งทั้งสิ้น 8 เดือน 

Terry Fox ใช้เวลาในการเตรียมตัว เพื่อซ้อมการวิ่งเป็นระยะเวลาปีกว่า เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะทุกก้าวที่เค้าออกวิ่ง มันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดจากการวิ่งอันเนื่องมาจากขาเทียมของเค้า และเพื่อเป็นการเช็คความพร้อม Terry ได้เข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอน ที่เมือง Prince George รัฐ British Columbia ด้วยการลงสมัครในรุ่น 27 กม. ซึ่งแน่นอน Terry ไม่ได้ชนะเลิศการแข่ง แต่เข้าเส้นชัยเป็นลำดับสุดท้าย พร้อมกับสร้างความประทับใจ และน้ำตาแห่งความชื่นชม กับผู้ชมที่เข้าร่วมในการแข่งขันดังกล่าว   และนั่นก็เสมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่าเค้าพร้อมแล้วกับการวิ่งในโครงการ “มาราธอนแห่งความหวัง”

Terry Fox ตั้งเป้าหมายเพื่อระดมทุนในการบริจาคครั้งนี้ที่ 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์ แคนาดา จากวิ่งรวมระยะทางทั้งสิ้นกว่า 8,000 กว่ากิโลเมตร โดยเริ่มออกเดินทางในเดือนเมษายน 1980 ในช่วงแรกมีเพียงน้องชายและเพื่อนสนิทของเค้าที่คอยขับรถตามหลังในการวิ่งของเค้า และด้วยขาจริงเพียงข้างเดียวกับขาเทียมอีกหนึ่งข้าง ทำให้การทำความเร็วในการวิ่งของ Terry เหมือนกับความเร็วของการเดินของคนทั่วไป อีกทั้งความเจ็บปวดที่มีขึ้นตลอดเวลาจากการใส่ขาเทียม ทำให้เป็นอุปสรรคในวิ่งของ Terry เป็นอย่างมาก โดยหลังจากการวิ่งมา 2 เดือนเค้าสามารถระดมทุนได้เพียง 200,000 เหรียญดอลล่าร์ แคนาดา พร้อมกับมีผู้คนที่ผ่านมาบอกว่าเค้าบ้า และให้เริ่มล้มความตั้งใจนี้ซะ 

และความโชคดีของ Terry ก็มาถึง เมื่อเค้าเดินทางมาถึงเมืองมอนทรีอัล และได้พบกับนักธุรกิจชาวแคนาดา ชื่อ อิซาโดเร ชาร์ป (Isadore Sharp) ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม และพร้อมที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนในความตั้งใจของ Terry ในการระดมทุนครั้งนี้ โดยส่วนหนึ่งอันเนื่องมาจากการที่เค้าเพิ่งสูญเสียลูกจากโรคมะเร็งไปเมื่อไม่นาน   โดยคุณชาร์ป ยินดีที่จะร่วมบริจาคให้ 2 เหรียญดอลล่าร์ แคนาดา ในทุกๆ 1 ไมล์ ที่ Terry วิ่งไป พร้อมกับพาเค้าไปพบกับเพื่อนๆ นักธุรกิจเพื่อร่วมบริจาคอีกด้วย และนับตั้งแต่นั้น ชื่อของ Terry Fox กับโครงการมาราธอนแห่งความหวัง (Marathon of Hope) ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชนแคนาดามากขึ้น 

Terry Fox Marathon of Hope (มาราธอนแห่งความหวัง)
Credit มูลนิธิเทอรี่ ฟ๊อกซ์ (Terry Fox Foundation)

เริ่มมีคนออกมาวิ่งกับ Terry มากขึ้น ยอดเงินบริจาคก็สูงขึ้น พร้อมกับมีรถตำรวจคอยขับนำเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเค้าในระหว่างการวิ่งอีกด้วย   และชื่อของ Terry และความตั้งใจของเค้า ก็ยังอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับของแคนาดา ทำให้เค้ายิ่งมีผู้สนับสนุน อวยพรให้ทำสำเร็จและชื่นชมในความตั้งใจของเค้ามากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดีแต่แล้วพายุแห่งอุปสรรคกับพัดมายังเค้าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นพายุลูกที่ใหญ่ที่สุดและเหมือนว่ามันจะไม่ยอมให้ Terry ได้ผ่านมันไปได้

วันที่ 1 กันยายน 1980 ขณะที่เค้าวิ่งถึงเมือง Thunder Bay ณ ตอนนั้น Terry วิ่งมาแล้ว 143 วัน มีระยะทางรวม กว่า 5,300 กิโลเมตร ร่างกายของเค้าก็ถึงขีดสุดจากการวิ่งติดต่อกันมาเป็นเวลานาน พร้อมกับเชื้อมะเร็งได้กระจายไปยังที่ปอด ทำให้ Terry ต้องหยุดพักเพื่อรักษาตัว ผู้คนเมื่อได้รับทราบข่าวต่างๆ ภาวนาขอให้เกิดปฏิหารย์ให้ Terry Fox หายจากอาการป่วยและสามารถกลับมาวิ่งต่อได้   รวมไปถึงตัวของเค้าเองก็ยังมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะกลับมาวิ่งอีกครั้งหนึ่ง 

และในระหว่างที่ Terry รักษาตัวอยู่ ยอดบริจาคเงินก็ยังทยอยหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่อง ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1981 มียอดบริจาคถึง 24.17 ล้านเหรียญ แต่แล้วปฏิหารย์ก็ไม่มีจริง โลกได้รับทราบข่าวร้าย ในวันที่ 28 มิถุนายน ปี 1981 Terry Fox ก็ได้เสียชีวิตลงหลังจากที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งมาเป็นเวลานาน นำความโศกเศร้าและเสียใจมาสู่ชาวแคนาดาที่เฝ้ารอการกลับมาของเขา แต่วันนั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้น 

หลังจาการจากไปของ Terry Fox สร้างความเสียใจเป็นอย่างมากให้กับชาวแคนาดา รัฐบาลได้ประกาศให้มีการลดธงครึ่งเสาเพื่อเป็นการไว้อาลัยในการจากไปของเค้า และถึงแม้ Terry จะจากไปก่อนจบโครงการ แต่ยอดการบริจาคก็ยังทยอยมาอย่างไม่ขาดสาย จนทำให้บรรลุตามเป้าหมายที่ Terry ได้ตั้งเป้าไว้ รวมไปถึง อิซาโดเร ชาร์ป นักธุรกิจผู้สนับสนุน Terry คนแรกๆ ได้จัดกิจกรรมการวิ่งที่มีชื่อว่า ‘Terry Fox Run’ เพื่อระดมทุนสำหรับการช่วยเหลือการวิจัยโรคมะเร็ง ตามเจตนารมย์ของเค้าอีกด้วย 

นอกจากนี้ หลายเมืองในแคนาดา ยังมีการสร้างอนุสาวรีย์ Terry Fox นำชื่อของเค้าไปตั้งเป็นชื่อถนน สถานที่ หรือบางเมืองยังกำหนดเป็นวันหยุดราชการ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและระลึกถึงความดีของเค้าที่ทำให้คนอื่นๆ รวมไปถึงภาพยนต์ชื่อดังอย่าง Forest Gump ก็ยังได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของเค้า 

เรื่องราวของ Terry Fox และเจตนารมย์อันแน่วแน่ในการช่วยเหลืองานวิจัยการรักษาโรคมะเร็ง ได้ถูกส่งต่อมา ไม่ว่าจะเป็นในแคนาดาเอง หรือประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีการจัดตั้ง มูลนิธิเทอรี่ ฟ๊อกซ์ (Terry Fox Foundation) เพื่อเป็นองค์กรเพื่อดำเนินการตามเจตนารมย์ของเค้า รวมไปถึงการจัดงานวิ่งมาราธอนแห่งความหวัง (Marathon of Hope) ที่มีการจัดขึ้นขึ้นทุกปีในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งหากต้องการร่วมสนับสนุนตามเจตนารมย์ของ Terry Fox ก็สามารถร่วมบริจาคผ่านทางมูลนิธิเทอรี่ ฟ๊อกซ์ (Terry Fox Foundation)

Terry Fox แสดงให้เห็นถึงพลังใจอันยิ่งใหญ่และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะยาก หรือลำบากมากแค่ไหน Terry ก็แสดงให้เห็นถึงพลังที่อยู่ภายในตัวเค้า จากหลากหลายเหตุการณ์ เช่น การไม่ยอมแพ้ต่อการไม่ยอมรับของโค๊ชบาสเก็ตบอล เนื่องจากรูปร่างของเค้า แต่ Terry ก็ไม่ยอมแพ้ เฝ้าฝึกซ้อมจนสามารถกลับเข้าทีม และมีส่วนสำคัญในการทำทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียนมัธยมของเค้า ได้รับรางวัลชนะเลิศหลากหลายรายการ 

หรืออีก 1 เหตุการณ์หลังจากที่เค้าสูญเสียขาขวาแล้ว ถ้าเป็นบุคคลทั่วไปถึงเลิกคิดทำตามความฝันของตนเอง แต่ Terry คิดในทางตรงกันข้ามเค้ายังคงเล่นกีฬาบาสเก็ตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่เค้ารัก ถึงแม้จะเป็นการแข่งบาสเก็ตบอลแบบวีลแชร์ก็ตาม และสามารถคว้ารางวัลแชมป์ระดับประเทศได้ในปี 1978 และ 1979

Terry Fox เปลี่ยนความทุกข์ของตัวเองให้กลายเป็นประโยชน์ต่อสังคม ด้วยการมองเห็นความทุกข์ยากจากผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องเผชิญเฉกเช่นเดียวกับตัวเค้า   และพยายามหาวิธีการในการช่วยเหลือคนเหล่านั้น จนเกิดเป็น มาราธอนแห่งความหวัง (Marathon of Hope) เพื่อระดมทุนเพื่อช่วยเหลืองานวิจัยการรักษาโรคมะเร็ง และกลายมาเป็น มูลนิธีเทอรี่ ฟ๊อกซ์ (Terry Fox Foundation) เพื่อสานต่อความตั้งใจของตัวเองในปัจจุบัน 

ชีวิตและวิธีคิด (Mindset) ของ Terry Fox อาจจะเป็นคำตอบให้กับคำถามที่ผู้คนหลายคนในปัจจุบันว่า คนเราเกิดมาเพื่ออะไร? การมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะทำประโยชน์หรือคุณค่าให้ใครสักคน อาจสร้างความหมายที่แท้จริงของเกิดมาในโลกใบนี้   และถ้าทุกคนบนโลกมีความคิดหรือ Mindset ที่จะทำประโยชน์หรือคุณค่าให้กับคนอื่นๆ มันคงจะทำให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น และทุกๆ คนในโลกใบนี้ก็คงมีความสุขในทุกๆ วัน

ข้อมูลอ้างอิง

  1. https://themomentum.co/terry-fox-marathon-of-hope/
  2. https://www.unlockmen.com/terry-fox-what-stops-you-ap-honda/
  3. https://www.thepeople.co/social/little-big/53192
  4. https://terryfoxcentre.ca/
  5. https://terryfox.org/

ใส่ความเห็น