หลายๆ คนเคยมีความสงสัยหรือมีคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของคนเรานั้นคืออะไร สิ่งใดควรแค่แก่การทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการแสวงหา เงินทอง ชื่อเสียง หรืออำนาจ มีนิทานอินเดียเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องของเศรษฐี 1 คน ที่กำลังป่วยใกล้ตาย กับภรรยาทั้ง 4 คน เมื่อทุกท่านอ่านจบคงได้คำตอบกับตัวเองว่าสิ่งใดคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเรา
นิทาน เศรษฐี กับ ภรรยาทั้ง 4
มีเรื่องเล่าจากอินเดีย เป็นเรื่องของเศรษฐี ที่มีฐานะร่ำรวยมาก และมีภรรยาทั้งหมด 4 คน โดยตัวเศรษฐีนั้นให้ความรักและความเอาใจใส่ภรรยาแต่ละคนไม่เท่ากัน อยู่มาวันหนึ่งเศรษฐีได้ล้มป่วยลง อาการเริ่มทรุดหนักลงเรื่อยๆ เศรษฐีคิดว่าคงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตตนเอง และด้วยความรักต่อภรรยา เป็นกังวลว่าเมื่อตนเองจากโลกนี้ไป ภรรยาแต่ละคนจะอยู่กันอย่างไรและจะมีความรู้สึกอย่างไรบ้างเมื่อตนเองไม่อยู่แล้ว จึงเรียกภรรยาแต่ละคนเข้ามาพูดคุยด้วย
โดยเริ่มจากภรรยาคนที่ 4 ซึ่งเป็นภรรยาที่เศรษฐีรักมากที่สุด เฝ้าทะนุถนอมเป็นอย่างดีคอยดูแลเอาใจใส่ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เธอเป็นคนที่สวยสง่าและรูปร่าง ทรวดทรงดีมาก กว่าจะได้เธอผู้นี้มาเป็นภรรยา เศรษฐีก็ต้องทุ่มเทพลังอย่างมากในการเอาชนะใจเธอ เมื่อภรรยาคนที่ 4 มาถึง เศรษฐีก็ได้ถามคำถามกับภรรยาว่า “หากว่าฉันตายไป เธอจะตายตามฉันไปด้วยหรือไม่” ภรรยาคนที่ 4 เมื่อได้ยินคำถามเธอก็ตอบกลับเศรษฐีว่า “คงไม่ได้หรอก เพราะว่าฉันยังสาว ยังสวยอยู่ ฉันจะไปอยู่กับคนอื่น ยังมีคนที่ต้องการฉันอีก” เมื่อเศรษฐีได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกเสียใจมาก แต่ก็ไม่พูดอะไรออกไป
ต่อมาเศรษฐีก็เรียก ภรรยาคนที่ 3 เข้ามาพบ เธอเป็นก็เป็นหญิงสาวที่สวยเช่นเดียวกับภรรยาคนที่ 4 เศรษฐีก็รักและทุ่มเทกับภรรยาคนนี้มากเช่นกัน เมื่อเธอเข้ามาที่ห้องเศรษฐีก็ได้ถามคำถามเดียวกันกับ ที่ถามภรรยาคนที่ 4 “หากว่าฉันตายไป เธอจะตายตามฉันไปด้วยหรือไม่” ภรรยาคนที่ 3 เมื่อได้ยินคำถามก็ตอบกลับเศรษฐีว่า “ฉันคงตายตามเธอไปไม่ได้หรอก ฉันยังมีคุณค่าอยู่ ฉันจะไปอยู่กับลูกของพี่ ฉันจะไปอยู่กับคนกับคนอื่นที่ยังต้องการฉันอยู่” เมื่อเศรษฐีได้ยินก็ได้ยินคำตอบก็รู้สึกเสียใจมาก
คนต่อมาคือ ภรรยาคนที่ 2 เศรษฐีก็ได้ถามคำถามเดิมเช่นเดียวกับภรรยา 2 คนแรก “หากว่าฉันตายไป เธอจะตายตามฉันไปด้วยหรือไม่” ภรรยาคนนี้คอยดูแลเศรษฐีเป็นอย่างดี และเศรษฐีก็รักเช่นกันแต่อาจจะไม่เท่ากับภรรยาคนที่ 3 และ 4 เมื่อได้ยินคำถามจากเศรษฐี ภรรยาคนที่ 2 ก็ตอบกลับว่า “คงตามพี่ไปไม่ได้หรอก แต่ฉันจะคอยดูแลพี่จนถึงวันสุดท้าย และคงทำได้แค่ไปส่งพี่ที่เชิงตะกอนได้เท่านั้น แต่ฉันจะคอยดูแลลูกๆ ของเราเป็นอย่างดี” เศรษฐีก็รู้สึกเสียใจในคำตอบที่ได้ แต่ก็ยังรู้สึกดีว่าเธอจะคอยดูแลลูกๆ ของเค้าเป็นอย่างดีเมื่อเค้าไม่อยู่แล้ว
ภรรยาคนสุดท้าย คือ ภรรยาคนที่ 1 เป็นภรรยาที่เศรษฐีไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่เท่าไร แต่เป็นภรรยาที่อยู่กับเศรษฐีมานานที่สุดตั้งแต่เศรษฐีเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว และเธอก็ไม่ใช่หญิงสาวที่สวยมากเท่าไรนัก เมื่อภรรยามาถึงเศรษฐีก็ตั้งคำถามเดิมกับภรรยา 3 คนแรก คือ “หากว่าฉันตายไป เธอจะตายตามฉันไปด้วยหรือไม่” เมื่อภรรยาได้ยินคำถามก็ตอบกลับไปว่า “ฉันสัญญาว่าฉันจะตามพี่ไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนฉันก็จะขอตามพี่ไป” เศรษฐีได้ยินคำตอบจากภรรยาก็รู้สึกเสียใจ แต่ไม่ได้เป็นความเสียใจในคำตอบที่ได้รับ แต่เป็นความเสียใจกับตนเองที่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ภรรยาคนนี้อย่างดีเลย

นิทานเรื่องนี้บอกอะไรกับเรา
นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องอุปมาอุปไมยเปรียบเปรย ชีวิตของคนเรา โดยภรรยาแต่ละคนของเศรษฐีเปรียบเสมือนสิ่งต่างๆ ในชีวิต
ภรรยาคนที่ 4 หมายถึง เกียรติยศชื่อเสียง ตำแหน่ง ความมีหน้ามีตาในสังคม ที่คนเราใช้เวลามากมายในชีวิต ทุ่มเทเแรงกายแรงใจ ในการให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านี้ แต่สุดท้ายเมื่อตายไปก็กลับเอาสิ่งนี้ไปเราไม่ได้ มันก็ยังคงอยู่ในโลกนี้ต่อไป
ภรรยาคนที่ 3 หมายถึง ทรัพย์สินเงินทอง ที่คนเราใช้เวลาและพลังมากมายในการสะสมให้มีความมั่งคั่งมั่งมี แต่สุดท้ายเมื่อตายไปก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้ ทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้ก็จะตกเป็นของลูกหรือครอบครัวของเรา
ภรรยาคนที่ 2 หมายถึง ญาติ พี่น้องและครอบครัวและคนรัก ถึงจะมีความรักและความอาทรให้แก่กัน แต่สุดท้ายเมื่อเราจากโลกนี้ไป พวกเค้าเรานั้นก็สามารถส่งเราได้เพียงแค่เชิงตะกอน
ภรรยาคนที่ 1 หมายถึง ความดีที่เราได้ทำมาในระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ มันจะติดตัวเราไปตลอดถึงแม้ว่าเราจะจากโลกนี้ไปแล้ว
การเกิด แก่ เจ็บและตายเป็นสัจธรรมที่มนุษย์ทุกคนในโลกใบนี้ตอนได้พบเจอ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเป็นเศรษฐีหรือยาจก เป็นผู้นำประเทศหรือทาสในเรือน จงจัดสรรและบริหารเวลาของเราในโลกใบนี้ในการสะสมในสิ่งที่ถูกที่ควร มนุษย์ทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่จะสะสมได้เองขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ใส่ความเห็น